<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8796124373672057239</id><updated>2012-02-14T17:00:19.084+07:00</updated><category term='yacht'/><category term='sailing samui-phuket'/><title type='text'>Trip Sailing Samui-Phuket</title><subtitle type='html'>trip freestyle sailing,samui,malaysia,singapor,malacca,phuket</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://tripsailing3.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8796124373672057239/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tripsailing3.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>ชำนาญ ณ.อันดามัน</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02473313480773279560</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/-lTmk6j7HkDQ/TgiqKGZ3uKI/AAAAAAAAMJM/IWwJRT2fjHs/s220/1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2x800.JPG'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8796124373672057239.post-655995008412884384</id><published>2010-03-02T19:33:00.000+07:00</published><updated>2010-03-02T19:33:34.217+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='sailing samui-phuket'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='yacht'/><title type='text'>Songkla-Kota Bharu-Redung on 20-21 Sep 2008</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-size: large;"&gt;Trip Sailing Songkla-Kota Bharu, 20-21 Sep 08&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันที่ 20 กันยายน 2551 ท่าเทียบเรือ สงขลา ฝนยังตกพรำๆ ประมาณ 8 โมงเช้า หลังจากที่ ทุกคน เสร็จสรรพจาก กาแฟ อาหารเช้ากันแล้ว กัปตันไก่ ง่วนกับการติดต่อไปทางภูเก็ต เรื่องการโอนเงิน สำรอง ค่าน้ำมัน ค่าอาหารและค่าเสบียง มาให้ ไว้สำรองใช้จ่าย ระหว่างการเดินทางผ่าน ประเทศ มาเลเซีย ได้รับคำตอบกลับมาว่า คนเซ็น อนุมัติ การเบิกจ่าย ไม่อยู่ จะเข้ามา บริษัท ตอนบ่าย กัปตันไก่ บ่นพึม อย่างหัวเสีย แน่นอน ความล่าช้าจากสาเหตุอะไรก็ตาม เวลาของการเดินทาง ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นหลายวัน แต่ราคาค่าจ้าง ยังเท่าเดิม เขาย่อมเสียประโยชน์ แต่จำเป็นต้องรอ เพราะ เงินบาท แลกเป็นเงิน ริงค์กิต ในประเทศไทย จะได้ราคาสูงกว่า เอาเงินบาท แลกเป็นเงิน ริงค์กิต ในประเทศ มาเลเซีย ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไม? อัตราการแลกเปลี่ยน จึงเป็นแบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอันว่า เช้า ถึงเที่ยงของวันนี้ กัปตันไก่ อนุญาตให้ใคร ไปทำอะไร ที่ไหนก็ได้ แต่ให้กลับมาถึงเรือก่อนบ่ายโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายหน่อยฝนซาเม็ด แต่ฟ้ายังครึ้ม บังใจกับคุณบันเทิง ชวนกันไป หาดใหญ่ กัปตันไก่, บังหมานกับยุทธ อยู่เรือ ส่วนผม ตั้งใจจะไปตัวเมืองสงขลา เพื่อหาซื้อหนังสือ ไว้อ่านฆ่าเวลา ช่วงที่เรือแล่นอยู่ในทะเล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ บังใจกับคุณบันเทิง ขึ้นจากเรือไปประมาณครึ่งชั่วโมง ผมก็ขึ้นจากเรือมาเดินเกร่ มองหา มอเตอร์ไซต์ รับจ้างบนท่าเรือ ประมาณ 15 นาที ไม่มีผ่านมา สักคัน มองหารถโดยสารประจำทางก็ไม่มี เลยเดินไปเรื่อยๆ กะว่าเจอคุณเสื้อกั๊กตรงไหน จะเรียกตรงนั้น สุดท้ายผมเดินจนมองเห็นตัวตลาดสงขลา ก็เลยเดินจนถึง ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมง เล่นเอาเหงื่อซึมทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเกร่อยู่ในย่านการค้าสงขลา จนเที่ยงเศษ ได้หนังสือมา สองเล่ม จึงเรียกคุณเสื้อกั๊กสีแดง คันหนึ่ง เพื่อให้ไปส่งที่ท่าเรือ สอบถามราคา คุณพี่แกบอก 50 บาท ผมตอบตกลง โดยไม่กล้าต่อรอง แล้วคุณพี่แกก็พาผมลัดเลาะ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไม่ถึงสิบนาที ถึงท่าเรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผมมาถึงเรือ กัปตันไก่ ขึ้นบกไปก่อนแล้ว สักพัก คุณบันเทิงกับบังใจ ก็มาถึง หอบข้าวของ พะรุงพะรัง มาหลายอย่าง บอกว่าซื้อจากหาดใหญ่ ไปฝากภูเก็ต และเมื่อพวกเราลูกเรือ พร้อมหน้ากันแล้ว ก็ตกลงกันว่า จะกินข้าวเที่ยงกันก่อน โดยไม่รอ กัปตันไก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่าย 2 โมงเศษ กัปตันไก่ มาถึงเรือ และบอกให้พวกเราเตรียมตัวออกเรือ พวกเราทุกคนเข้าประจำตำแหน่ง ตามหน้าที่ อย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มเบื่อท่าเรือสงขลา ที่ไม่มีอะไร ให้บันเทิง เริงใจเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บังหมาน ลงห้องเครื่อง สตาร์ทเครื่องยนต์กระหึ่มขึ้นทันที บังใจ เตรียมปลดเชือกหัว คุณบันเทิง เชือกท้าย ยุทธ ดูกราบขวา ส่วนผม เตรียมยก ลูกยางกันกระแทกข้างแคมเรือ ด้านซ้าย กัปตันไก่ เข้าตำแหน่งกัปตัน ตรวจเช็ค เข็มทิศเดินเรือ และ เครี่อง GPS เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย กัปตันไก่ สั่งปลดเชือก แล้วเร่งเครื่องยนต์ เบนหัวเรือตีวงเลี้ยวขวาออกสู่ร่องน้ำ ผ่านโป๊ะดักปลา ที่เรือเกือบจะชนเอาเมื่อวานนี้ ผ่านท่าเรือ เฟอร์รี่ วิ่งระหว่าง สงขลากับหัวเขาแดง ซึ่งยังได้รับความนิยมการใช้บริการ จากผู้เดินทางสัญจร ไป มา ทั้งรถเล็ก รถใหญ่อย่างคับคั่ง แม้จะมีสะพาน เปรม ติณสูลานนท์ ที่สร้างข้ามทะเลสาบ สงขลา ผ่านทางเกาะยอ มาหลายปีแล้วก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40B4kGQTfI/AAAAAAAACVg/nAldTbQjC9Y/s1600-h/sailing1-20%3D400x300.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" kt="true" src="http://2.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40B4kGQTfI/AAAAAAAACVg/nAldTbQjC9Y/s320/sailing1-20%3D400x300.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;ออกจากท่าเทียบเรือสงขลา ผ่านเฟอรี่ สงขลา-หัวเขาแดง&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;--------------------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ผ่านท่าเทียบเรือสินค้าสงขลา เรือน้ำมัน และเรือบรรทุกสินค้าต่างๆ ที่ทิ้งสมอ รอคิวเทียบท่า อยู่หลายลำ ตรงดิ่งมุงหน้าออกสู่ปากอ่าวสงขลา ผ่านเกาะหนู เกาะแมวแล้วหันหัวเรือลงใต้ตั้งเข็ม พล๊อตแรกไปยัง รัฐ โกตาบารู(Kota Bharu) ประเทศมาเลเซีย ขณะที่ฟ้ายังฉ่ำฝน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40CRUKUwGI/AAAAAAAACVo/oMjjRSI7zvw/s1600-h/sailing2-20%3D400x300.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" kt="true" src="http://1.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40CRUKUwGI/AAAAAAAACVo/oMjjRSI7zvw/s320/sailing2-20%3D400x300.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;มุ่งสู่ปากอ่าว&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;-------------------------------&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40CWsiB2dI/AAAAAAAACVw/3poRvUN7-6g/s1600-h/sailing3-20%3D400x300.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" kt="true" src="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40CWsiB2dI/AAAAAAAACVw/3poRvUN7-6g/s320/sailing3-20%3D400x300.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;ผ่านท่าเทียบเรือสินค้าสงขลา&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;---------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ พล็อตเข็มลงใต้เฉียงไปทางตะวันออก ตามรูปแผนที่แหลมมาลายู โดยวางเส้นทางการเดินเรือ ห่างจากฝั่งประมาณ 15 ไมล์ทะเล ซึ่งหากมองจากเรือไปทางทิศตะวันตก ก็จะเห็นแนวสีเทารางๆ ของภูเขาเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พล็อตเข็มนี้จะผ่าน จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส จุดหมายแรกคือนอกชายฝั่งรัฐโกตาบารู(Kota Bharu) ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีเขตติดต่อกับ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมีแม่น้ำตากใบเป็นเส้นแบ่งเขตแดน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่แล่นด้วยเครื่องยนต์ เต็มสปีด ด้วยความเร็ว 5 น๊อต เมื่อเจอคลื่นลูกใหญ่ๆ ซ้อนมาครั้งล่ะหลายระลอก ทำเอาเรือหยุดอยู่กับที่เดินหน้าไม่ได้ บางครั้งรู้สึกว่าเรือจะถอยหลังกรูดๆเสียด้วยซ้ำ นี่ว่าขนาดเบาะๆ ถ้าเจอเข้าจังๆ คงต้องเดินหน้า 2 ถอยหลัง 3 แน่ๆ เฮ้อ.....ปีหน้าจะถึงภูเก็ตหรือเปล่า ยังไม่รู้.?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกือบค่ำ ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เราเพิ่งจะเข้าเขต จ.ปัตตานี และเมื่อเราเสร็จจากอาหารเย็นของวันนี้ ฟ้าก็มืดพอดี เริ่มมองเห็นแสงไฟระยิบระยับ จากเรือปั่นไฟ ไกลออกไปทางทิศตะวันออก ของเรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันว่าเรือปั่นไฟนี้ เป็นเรือประมง ที่ติดดวงไฟวัตต์สูงๆ คล้าย สปอร์ตไลท์ ห้อยระโยงระยาง ไว้รอบลำเรือ ลำหนึ่งไม่น้อยกว่า 10 ดวง เพื่อล่อให้ฝูงปลาเข้ามาเล่นไฟ หลังจากนั้นก็จะวิทยุเรียกให้เรือจับปลา (เรียกกันโดยทั่วไปว่าเรืออวนล้อม) เข้ามาทำการใช้อวนล้อมจับเอาปลา แล้วนำเข้าฝั่งไป ส่วนเรือปั่นไฟ ก็ย้ายไปหาตำแหน่งใหม่ ที่มีฝูงปลาต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดคืนเดือนมืดของข้างแรม จึงจะกลับเข้าฝั่ง รวมแล้วเดือนหนึ่ง ต้องอยู่กลางทะเลไม่ต่ำกว่า 15 หรือ 20 วัน สำหรับเสบียง อาหาร น้ำจืด จะมีเรือจากฝั่งนำมาส่งให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความทรหดอดทนเป็นอย่างสูงอาชีพหนึ่ง แต่ไม่มีใครพูดถึงบ่อยนัก นอกจากว่าเมื่อเรือโดนพายุพัดจมลงหรือถูกเจ้าหน้าที่ของประเทศอื่นจับตัวไป แล้วโชคดีรอดกลับมาได้ นั่นแหละถึงจะมีข่าว มีคราว ให้ได้ รู้ได้เห็นกันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งคึก ก็ยิ่งเห็นแสงไฟจากเรือปั่น หนาแน่นมากขึ้น เพราะเข้าใกล้เขตน่านน้ำมาเลเซียเข้าไปทุกที ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า มีปลาชุกชุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมหลับไปตอนไหน ก็จำไม่ได้ จนตีสี่ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา รับเวรถือท้ายเรือ จนถึง 6 โมงเช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;21 ตุลาคม 2551 เข้าเขตรัฐ โกตาบารู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส ทัศนวิสัยเจิดจ้า ทะเลเรียบ ลมพัดอ่อนๆ ไม่มีเค้าเมฆฝน เราเข้าเขตรัฐ โกตาบารู (Kota Bharu) ประเทศมาเลเซีย มาพอสมควร ทะเลย่านนี้ ไม่มีเรือประมง ไม่มีเรือบรรทุกสินค้า แล่นให้เห็น มองไปทางไหน เห็นแต่ทะเลเวิ้งว้าง ไม่มีอะไรจริงๆ นอกจากเรือของเราเพียงลำเดียว (ผมเริ่มนึกถึงโจรสลัด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ เริ่มพล็อต เส้นทางใหม่ ตั้งเข็มไปที่ เกาะ เรดัง (Redung) ซึงอยู่ห่างจากชายฝั่ง รัฐโกตาบารู พอสมควร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ บอกว่าถ้าสภาพอากาศแบบนี้ ความเร็วขนาดนี้ และไม่มีความผิดพลาดทางเทคนิคใดๆ เราจะถึง เกาะ เรดัง ประมาณบ่าย 3 หรือ 4 โมงเย็น ของวันนี้ และจะทิ้งสมอค้างคืนที่นั่น เพื่อพักเรือและพักคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรือแล่นฝ่าความเวิ้งว้างของทะเลมา จนกระทั่ง บ่าย 3 โมงเศษ เริ่มมองเห็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางซ้ายของหัวเรือ กัปตันไก่ เข้าทำหน้าที่ถือท้ายแทน ยุทธ เพื่อนำเรือเข้าหาชายฝั่งของเกาะที่มองเห็นหาดทรายขาวอยู่ลิบๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประมาณ 20 นาที กัปตันไก่ นำเรือเข้าหา ทุ่นผูกเรือ (mooring) บังใจ จัดการผูกเชือกหัวเรือกับทุ่นเสร็จเรียบร้อย กัปตันไก่ ปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงาน อีกประมาณ 15 นาทีจึงบอกให้ บังหมาน ดับเครื่องได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40DO8PNzHI/AAAAAAAACV4/t2MhF2SPy6A/s1600-h/sailing4-21%3D400x300.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" kt="true" src="http://4.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40DO8PNzHI/AAAAAAAACV4/t2MhF2SPy6A/s320/sailing4-21%3D400x300.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;ชายหาด เกาะ เรดัง&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;------------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เป็นอันว่า เรามาถึง เกาะ เรดัง (Redung) ตามเวลาที่ กัปตันไก่ กำหนดไม่คลาดเคลื่อน ผมเก็บภาพมุมต่างๆ และสำรวจสภาพของเกาะไปในตัว ตามสายตาของผม ประมาณขนาดของเกาะ เรดัง ไม่ใหญ่กว่า เกาะเฮ หรือ คอรัลไอแลนด์ ที่อยู่ในอ่าวฉลอง ของเกาะภูเก็ต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บนเกาะด้านที่เราจอดเรือเป็นฝั่งตะวันตกของเกาะ มี รีสอร์ท และ บังกะโล ซัก 2-3 ที่ บนหาด มีฝรั่ง เข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยว เดินเล่นอยู่หลายคน แต่ในทะเลริมหาด คงเล่นน้ำไม่ได้ เพราะมีโขดหินและแนวปะการัง ตลอดชายหาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40Dj5DvgZI/AAAAAAAACWA/57C3j2bKIC8/s1600-h/sailing6-21%3D400x300.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" kt="true" src="http://2.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40Dj5DvgZI/AAAAAAAACWA/57C3j2bKIC8/s320/sailing6-21%3D400x300.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;ทีมงานเดนตาย&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;--------------------------------------------&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;คุณบันเทิง กับ บังใจ ลงมือปฏิบัติการ เหวี่ยงเบ็ด ตกปลาทันที่ ปลากินเบ็ดดีมาก แต่เป็นปลา ขี้ตังและปลาเก๋าตัวเล็กๆ เป็นเพราะน้ำไม่ลึก และปะการังมาก จึงไม่มีปลาใหญ่ &lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40D52bJksI/AAAAAAAACWI/7OU9QYf82-I/s1600-h/sailing3-21%3D400x300.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" kt="true" src="http://4.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40D52bJksI/AAAAAAAACWI/7OU9QYf82-I/s320/sailing3-21%3D400x300.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;ปลาชุมมาก คุณบันเทิง ต้องให้ บังหมานช่วย&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;-----------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่พวกเรา กำลังพักผ่อน และตกเบ็ดอยู่นั้น ได้มีเรือเล็กลำหนึ่ง แล่นออกจากฝั่งตรงมาที่เรือเรา มีเด็กหนุ่มๆอยู่ในเรือ 3 คน เรือลำนั้นแล่นวนรอบเรือเรา หนึ่งรอบ แล้วชะลอเครื่อง ลอยลำอยู่ตรงหน้า บังใจ ที่กำลังตกปลา หนึ่ง ใน 3 ตะโกนขึ้นมาเป็นภาษา ยาวี แล้วชี้ไปที่เบ็ด ของบังใจ พร้อมกับทำมือ แบบให้ยกขึ้น กัปตันไก่ มีความรู้ภาษายาวี พอสมควร พูดโต้ตอบ ไป สอง สาม ประโยค พวกนั้นจึงแล่นเรือกลับไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40EVnVyGoI/AAAAAAAACWQ/elaPCr5TAyg/s1600-h/sailing2-21%3D400x300.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" kt="true" src="http://4.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40EVnVyGoI/AAAAAAAACWQ/elaPCr5TAyg/s320/sailing2-21%3D400x300.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;บังใจเก็บเบ็ด กัปตันไก่นำเรือไปทิศใต้ของเกาะ ก่อนเจอพายุ&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;--------------------------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ หันมาบอกกับพวกเราว่า พวกนั้น มาบอกไม่ให้ตกปลา บริเวณนี้ เพราะเป็นเขตหวงห้าม ระวังจะโดนจับ แล้วบอก คุณบันเทิง กับบังใจ ให้เก็บเบ็ด และบอกทุกคนว่าเตรียมออกเรือ ไม่จอดตรงนี้แล้ว จะย้ายไปอีกด้านของเกาะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกือบซวยแล้ว มั๊ยล่ะ ยังไม่ทันถึงไหน จะติดคุกมาเลเซีย ซะแล้ว เป็นที่รู้กันอยู่ ว่ากฎหมาย มาเลเซีย โทษเขาเฉียบขาด ขนาดไหน ยังโชคดีน่ะ ที่พวกนั้นมาเตือนเสียก่อน เพิ่งจะเข้าเขตมาวันเดียวเฉี่ยวตะรางเข้าไปแล้ว ยังอีกยาวกว่าจะพ้นประเทศนี้ไปได้ ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร อีกบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ ออกเรือวิ่งช้าๆ อ้อมไปทางด้านทิศใต้ของเกาะ ขณะนั้นเวลาใกล้จะ 6โมงเย็น ทางแนวชายฝั่งทิศตะวันตก มีเมฆฝนหนาทึบ ดำทะมึน เห็นฟ้าแลบ แปลบปลาบ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ นำเรือ มาถึงหน้าอ่าวเล็กๆ ทางด้านทิศใต้ของเกาะ มีหน้าผาหิน ขนาบ ชายหาดที่ยาวไม่เกิน 200 เมตร บนฝั่งมองเห็นมีกำแพงสูงใหญ่อยู่ระหว่างโขดหิน ด้านหลังกำแพงลึกเข้าไป น่าจะเป็น รีสอร์ท หรือโรงแรม หรืออะไรซักอย่าง มองเห็นไม่ถนัด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ สั่งให้ทิ้งสมอ เพื่อพักที่นี่ซักคืน คุณบันเทิง กับบังใจ ลงมือตกปลาอีกครั้ง มั่นใจว่า ในอ่าวนี้ ต้องมีปลาใหญ่แน่ ๆ แต่ที่ไม่มั่นใจแน่ๆ ก็คือไม่รู้ว่าเขาห้ามตกปลาหรือเปล่า ยุทธ หายลงไปในห้องครัว เพื่อเตรียม อาหารมื้อค่ำของวันนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผม กับ บังหมาน คอยลุ้นสองคนที่กำลังตกปลา กัปตันไก่ ยืนเล็งไปที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ อย่างพินิจพิจารณา ขณะนั้น ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมที่พัดมาจากฝั่งเริ่มแรงขึ้น และคลื่นเริ่มหยาบขึ้น สมอเรือ เริ่มกาว เรือค่อยๆ ขยับเข้าหาหน้าผา ทีล่ะนิด ทีล่ะนิด ทุกครั้งที่คลื่นกระแทกเข้ามา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนไม่ได้ เอะใจ ได้ยินเสียง กัปตันไก่ บอกให้ บังหมานสตาร์ทเครื่อง และสั่งให้เก็บเบ็ด ถอนสมอโดยด่วน ไม่ถึง 5 นาที สมอยังไม่ทันพ้นน้ำ ห่าฝน พร้อมกับลมพายุชุดแรก กระหน่ำจนเรือเอียงวูบ ทุกคนโกลาหล เก็บข้าว เก็บของกันชุลมุน กัปตันไก่เร่งเครื่องเต็มที่ จนเรือสะท้านไปทั้งลำ เพื่อให้พ้นจากหน้าผา ที่ขณะนั้นอยู่ห่างจากท้ายเรือ ไม่เกิน 30 เมตร ความรู้สึกของผมตอนนั้น เหมือนกับว่า เรือไม่ได้เดินหน้า แต่มันถอยหลัง เข้าหาหน้าผาไปเรื่อย ผมเริ่ม ท่องคาถาหลวงปู่ทวด “นะโม โพธิสัตโต อะคันติมายะ อิติ ภะคะวา ๆๆๆๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกือบ 10 นาที เรือจึงค่อยๆ ขยับ ฝ่าแรงลม ฟันลูกคลื่น ออกมาจากหน้าผา นั้น ทีล่ะนิด ทีล่ะนิด ผมเริ่มโล่งใจ แต่ยังท่องคาถา หลวงปู่ทวดอยู่ กัปตันไก่ บังคับหัวเรือฟันคลื่น เฉียงๆ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งหน้าเข้าหาแผ่นดินใหญ่ ขณะที่ฝน คลื่น ลม หนักขึ้น ทุกที ทุกคน เปียกโชก จากน้ำฝน และน้ำทะเล ที่คลื่น ซัดขึ้นมา ต่างก็หามุม หาที่ยึดตัว ที่เหนียวแน่น ปลอดภัยที่สุด เพื่อไม่ให้เรือเหวี่ยง ลงไปในทะเล ยุทธ ตะกายขึ้นมาจาก ห้องครัวหน้ายู่ยี่ ผมได้ยินเสียง เพล้ง พล้าง ขึ้นมาจากห้องครัวตลอดเวลา และมั่นใจว่า มื้อค่ำวันนี้ ทุกคน อดข้าวแหง ๆ และไม่รู้ จะอยู่รอด ได้กินข้าว วันพรุ่งนี้ หรือเปล่า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรือฟันคลื่น หัวมุดตักน้ำ มาเกือบ 2 ชั่วโมง ทุกทิศ ทุกทาง มืดมิด ได้ยินแต่เสียงลม เสียงคลื่น อื้ออึง โดยไม่มีทีท่า ว่าจะเบาบาง กัปตันไก่ เรียกบังหมาน ให้มาช่วยถือท้ายแทน บอกว่าตัวเองล้าแล้ว แน่นอน เกือบ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา ต้องยืนหมุนพังงาเรือ เพื่อบังคับ ทิศทาง ตลอดเวลา แล้วยังจะต้องฝืนประคองตัว ต่อสู้กับแรงเหวี่ยง ของเรืออีก ถ้าไม่เหนื่อย ไม่ล้า ก็ไม่ใช่คนแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเรา ต่อสู้กับคลื่น ลม มาเกือบเที่ยงคืน จึงได้เบาบางลง และเริ่มมองเห็น แสงไฟจากบนฝั่ง เลือนราง กัปตันไก่ มารับหน้าที่ นำเรือเข้าหาฝั่ง อีกครั้ง จนกระทั่ง เริ่มมองเห็น แสงไฟ จากตึกราม บ้านช่อง และแสงไฟจากรถ ที่วิ่งอยู่บนฝั่ง จัดเจนขึ้น จึงชะลอเครื่อง และ สั่งให้ ทิ้งสมอ ผมดูเวลา ตี 1 นิดหน่อย เราตะลุย ฝ่าคลื่น ลมมาร่วม 7 ชั่วโมง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเครื่องยนต์ เงียบสนิท คลื่น ลม สงบ สายฝนยังโปรยปราย ลงมานิดหน่อย ทุกคนช่วยกัน สำรวจตรวจตรา ข้าวของเครื่องใช้ และเก็บเข้าที่ เข้าทาง ในห้องครัว จาน ชาม หม้อ กะทะ ตะหลิว อยู่กันคนล่ะทิศ ละทาง กับข้าวมื้อค่ำ เรี่ยราดอยู่บนพื้น พวกเราช่วยกันคนละไม้ คนละมือ เก็บกวาด เช็ดถู จนทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาพเดิม จึงได้กลับขึ้นมานั่ง ชุมนุมกัน บนดาดฟ้า อีกครั้ง โดยไม่มีใครพูดถึงเรื่องกินข้าว กันเลย บ้าชิ๊บหาย หิวจะตายห่า อยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัปตันไก่ บอกทุกคน คืนนี้ นอนที่นี่ พรุ่งนี้ ค่อยไป แค่นั้น แล้วเอนหลังลง สูบบุหรี่ปุ๋ย&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8796124373672057239-655995008412884384?l=tripsailing3.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.google.com' title='Songkla-Kota Bharu-Redung on 20-21 Sep 2008'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.ask.com' length='0'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.msn.com' length='0'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.sanook.com' length='0'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.yahoo.com' length='0'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tripsailing3.blogspot.com/feeds/655995008412884384/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://tripsailing3.blogspot.com/2010/03/songkla-kota-bharu-redung-on-20-21-sep.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8796124373672057239/posts/default/655995008412884384'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8796124373672057239/posts/default/655995008412884384'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tripsailing3.blogspot.com/2010/03/songkla-kota-bharu-redung-on-20-21-sep.html' title='Songkla-Kota Bharu-Redung on 20-21 Sep 2008'/><author><name>ชำนาญ ณ.อันดามัน</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02473313480773279560</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/-lTmk6j7HkDQ/TgiqKGZ3uKI/AAAAAAAAMJM/IWwJRT2fjHs/s220/1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2x800.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/S40B4kGQTfI/AAAAAAAACVg/nAldTbQjC9Y/s72-c/sailing1-20%3D400x300.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8796124373672057239.post-5994277462586223155</id><published>2009-08-23T05:21:00.005+07:00</published><updated>2010-03-02T19:05:41.439+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='sailing samui-phuket'/><title type='text'>Trip Freestyle sailing from Samui-Songkla</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue; font-size: large;"&gt;&lt;strong&gt;Sailing from Samui-Songkla&amp;nbsp;On 19 september 2008&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;------------------------------&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันที่สองของการเดินทาง ผมตื่นตั้งแต่ ตีห้ากว่าๆ อยู่ในทะเล ตีห้ากว่านี่ ฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว ดวงอาทิตย์กำลังจะมาเยือน ( เฮ้ฮ คืนแรกรอดมาแล้ว ) ทุกคนยังหลับสบายอยู่บนดาดฟ้านั่นแหละ ( ยกเว้น ยุทธ ซึ่งเข้าเวรถือท้าย ) ไม่มีใครนอนในห้องกันเลยสักคน จริงๆแล้ว การนอนบนดาดฟ้าเรือ ก็สบายดี เรายกเอาฟูก หมอน ผ้าห่ม จากในห้องนอน ขึ้นมาปูนอนบนดาดฟ้า เลือกตามมุมถนัดของแต่ล่ะคน แต่จะหันหัว ทำมุมเฉียงๆ ไปทางท้ายเรือ เพราะท้ายเรือ จะเอียงลาดสูงขึ้นนิดหน่อย ประมาณ 10-15 องศา กำลังดี และหันปลายเท้า เฉียงไปทางกราบเรือ แต่ล่ะข้างพอประมาณ การนอนบนดาดฟ้าเรือ คุณจะนอน หันหัว หันเท้าตามแนวยาวตรงตาม หัวเรือ ท้ายเรือไม่ได้ เพราะอะไรหรือ? เพราะเวลาเรือโคลงตามคลื่น คุณก็จะกลิ้งไป กลิ้งมา ตามการโคลงของเรือด้วย เผลอๆ กลิ้งตกทะเลไปเลย หรืออย่างน้อยๆ คุณก็ไม่มีทางหลับได้เด็ดขาด ลองนึกดูว่า นอนบนฟูกนุ่ม หมอนนุ่ม ผ้าห่มหนานุ่ม สบาย ๆ แต่มีใครก็ไม่รู้ คอยผลัก ซ้ายที ขวาที กลิ้งไป กลิ้งมาทั้งคืน ถ้าหลับได้ก็บ้าแล้ว. ฮิ..ฮิ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน เพราะยังไม่ชิน กับสภาพการนอนแบบนั้น ตอนดึก ลุกไปนั่ง ยองยองฉี่ ข้างกราบเรือหนหนึ่ง เสียวๆ ว่าจะหล่นจ๋อม ลงไปเหมือนกัน เ ออ..! แล้วทำไม.? ไม่ลงไปเข้าห้องน้ำล่ะ มันค่อนข้างยุ่งยากพอสมควรท่านผู้ชม เพราะต้องเปิด ฝาครอบบันไดลงไป แล้วอีกอย่าง เห็นคนอื่นๆ เขาก็นั่งเยี่ยว ยืนเยี่ยว ตามข้างแคมเรือนั่นแหละ ผมก็เลยเอามั่ง มักง่ายดี แฮะ แฮะ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันนี้ อากาศดีมาก ผมลุกขึ้น เก็บที่นอนวางแอบๆไว้ บนดาดฟ้านั่นแหละ แล้วลงไปที่ห้องนอน ล้างหน้าล้างตา แปรงฟันเสร็จ ประมาณ 6โมงเศษๆ จัดการชงกาแฟ 2 ถ้วย เผื่อ บังหมาน ที่เข้าเวร ถือท้ายเรือ 1 ถ้วย บังหมาน รับด้วยความเกรงใจ บอกว่า “ทีหลัง พี่สาม ไม่ต้องชงให้หรอก เพราะ พี่สาม เหมือนแขก วี.ไอ.พี.” ว่าเข้าไปนั่น เล่นเอาผมเขินไปเลย “เอาว่ะ พี ก็ พี” เด็กมันให้เกียรติ ในความอาวุโส ก็ดีเหมือนกัน ซึ่งวันต่อๆมา ตลอด การเดินทาง ผมก็ไม่เคย ได้เข้าครัวทำอาหารสักครั้งเดียว หรือแม้แต่จะยกกับข้าวมาวางกินกัน ยกเว้นถ้าผมหิวผิดเวลาล่ำเวลา ผมก็ต้องเข้าครัวตักกินเอาเอง ( ผิดเวลา ใครมันจะบ้ายกมาประเคนให้เล่าจริงมั๊ย&amp;nbsp;พี่น้อง&amp;nbsp;) เป็นอันว่า ผมได้รับสิทธิเท่า กัปตันไก่ ทีเดียวเชียว ไม่ใช่เล่นๆ นา ท่านผู้ชม .&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อจากนั้น ผมเลยถือโอกาส คุย กับ &lt;strong&gt;บังหมาน&lt;/strong&gt; แล้วซอกแซก ถามเรื่องส่วนตัว นิดๆหน่อยๆ ได้ความว่า บังหมาน เป็น อิสลามภูเก็ต นั่นเอง อายุ ยังไม่ถึง 40 ปี เคยมีครอบครัว มีลูกสองคน ตอนนี้แยกทางกัน และบังหมาน กำลังมี กิ๊กใหม่ ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขยักใว้แค่นั้น ชวนคุยเรื่อง สัพเพเหระ คนอื่นๆ ทะยอย ตื่น ลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัว ตามห้องของตนเอง ตอนเช้าไม่มีการทำอาหารกัน ใครอยากจะกินอะไร ทำกันเอาเอง ส่วนใหญ่ ก็เป็น กาแฟ ขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก แฮมเบอเกอร์ แบบที่ ฝรั่ง เขากินกัน ข้าวเช้าจะกินกัน ประมาณ 10 หรือ 11 โมง บางวัน ก็เลยเที่ยง แล้วแต่เหตุการณ์&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycI5nJ7YUI/AAAAAAAAB3U/gwXKfj3Lr3A/s1600-h/DSC00008.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" rs="true" src="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycI5nJ7YUI/AAAAAAAAB3U/gwXKfj3Lr3A/s320/DSC00008.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;ถือท้าย เป็นครั้งที่2 ของการเดินทาง 2ชั่วโมงเต็มเท่าคนอื่นๆ&amp;nbsp;ทีมงาน ช่วยกันลุ้นเต็มที่&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;และจะเห็น ที่นอนของพวกเรา วางซุกอยู่แถวนั้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: #990000;"&gt;&lt;span style="color: #134f5c;"&gt;*&lt;/span&gt;โปรดสังเกตุ มุมขวาล่างของภาพ จะเห็น คันเร่งเครื่อง ที่บังหมาน หมกเม็ดเอาใว้&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #134f5c;"&gt;*&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;---------------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันนี้ ผมได้เข้าเวรถือท้าย ตอนแปดโมง ถาม &lt;strong&gt;กัปตันไก่&lt;/strong&gt; ว่า “เรามาถึงไหน?” ได้รับคำตอบ ว่า ระหว่าง &lt;strong&gt;อำเภอท่าศาลา&lt;/strong&gt; กับ &lt;strong&gt;อำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt; ( วิ่งมาทั้งคืน มาได้แค่นี้เอง ) อ้อ..หน้าบ้านเรานี่เอง ผม กับ กัปตันไก่ บ้านเดิม อยู่ที่ &lt;strong&gt;เขามหาชัย&lt;/strong&gt; ติดกับ &lt;strong&gt;มหาวิทยาลัยราชภันครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt; อำเภอเมือง แต่มีเขตติดต่อกับ &lt;strong&gt;อำเภอพรหมคีรี&lt;/strong&gt; และ อำเภอท่าศาลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ &lt;strong&gt;บังใจ&lt;/strong&gt; อีกคน ( บังใจ เป็นคนพุทธแต่ไปมีเมีย อิสลามที่ภูเก็ต จึงต้องเรียก บัง ตามธรรมเนียม ) ผมพยายามมองไปทางทิศตะวันตก หวังว่าจะได้เห็น “&lt;strong&gt;เขามหาชัย&lt;/strong&gt;” “ &lt;strong&gt;เขากรุงชิง&lt;/strong&gt;” หรือ “&lt;strong&gt;เขาหลวง&lt;/strong&gt;” แต่ก็มองไม่เห็น เพราะเรือเราแล่นอยู่ห่างจากฝั่งมาก เห็นเพียง เรืออวนลาก ผลุบๆโผล่ๆ อยู่ระหว่างคลื่น และเห็นทิวสีน้ำเงินรางๆ นิดเดียว พอรู้ว่าเป็นแผ่นดิน แต่แยกไม่ออกว่าเป็นภูเขาหรือไม่.?&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycKadtgN1I/AAAAAAAAB3c/Cg_klXzvU1c/s1600-h/DSC00007.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" rs="true" src="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycKadtgN1I/AAAAAAAAB3c/Cg_klXzvU1c/s320/DSC00007.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;บังใจ ถือท้ายต่อจากผู้เขียนเวลา 10โมง เรือแล่นอยู่ระหว่าง อ.ท่าศาลา กับ อ.ปากพบัง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;----------------------------------&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycK15iwCTI/AAAAAAAAB3k/Ld2of2426kY/s1600-h/DSC00009.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" rs="true" src="http://1.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycK15iwCTI/AAAAAAAAB3k/Ld2of2426kY/s320/DSC00009.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;บังใจ กำลังมองหาบ้านเกิด ที่ อ.ท่าศาลา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;---------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;10 โมง &lt;strong&gt;บังใจ&lt;/strong&gt; รับช่วงถือท้ายต่อจากผม วันนี้พวกเรา กินข้าวเช้ากันเกือบ 11 โมง เสร็จจากกินข้าว ทุกคน ต่างก็อยู่คนล่ะมุม ผมได้หนังสือ “คู่สร้าง-คู่สม” ฉบับเก่าๆ ของปีก่อน ไม่แน่ใจว่า จะเป็นคุณ บันเทิง หรือใครสักคน เอาติดมา 5-6 เล่ม พอได้อ่าน ฆ่าเวลา ไม่ถึง 10 นาที ผมก็หลับ หนังท้องตึง ลมเย็นๆ เรือโคลง พอประมาณว่านอนเปลยวน หนังตาหย่อน คุณเอ๋ย หลับไม่ทันรู้ตัวจริงๆ .&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตื่นมาอีกที เกือบ บ่าย2 ดวงอาทิตย์ ไปอยู่ทางตะวันตกของกราบเรือ รู้สึกเพลียนิดหน่อย อาจจะเพราะนอนตากแดด หรือหลับกลางวัน ก็ไม่แน่ใจ สูบบุหรี่ซ่ะ หนึ่งมวน ลงไปในครัว ตักเข้าราดแกง พะแนงเนื้อ ที่เหลือจากเมื้อเช้า ขึ้นมานั่งกินบนดาดฟ้า พอรองท้องนิดหน่อย เมื้อเที่ยงไม่มีการตั้งวง ใครหิวหากินเอาเอง ตามความพอใจ&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycMEttlkYI/AAAAAAAAB3s/5BmfWRl61Ac/s1600-h/DSC00013.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" rs="true" src="http://1.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycMEttlkYI/AAAAAAAAB3s/5BmfWRl61Ac/s320/DSC00013.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;ใกล้ ปากน้ำสงขลา เริ่มเห็นเรือสินค้าแล่นอยู่ลิบๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;---------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เสร็จเรียบร้อย โรงเรียน " &lt;strong&gt;พี่สาม&lt;/strong&gt; "&amp;nbsp;ขึ้นมานั่งคุยกับพรรคพวก บนดาดฟ้า เริ่มจะมองเห็น เรือลำใหญ่ๆ วิ่งอยู่ไกลลิบๆบ้างแล้ว &lt;strong&gt;กัปตันไก่&lt;/strong&gt; บอกว่า เราใกล้จะถึง ปากน้ำ &lt;strong&gt;ทะเลสาบสงขลา&lt;/strong&gt; แล้ว เรือแล่นมาซักพัก ผมก็เริ่มเห็น &lt;strong&gt;เกาะหนู, เกาะแมว&lt;/strong&gt; ที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดสงขลา 4โมงกว่า มองเห็นกระโจมไฟ ปากร่องน้ำ เข้าทะเลสาบสงขลา อยู่ด้านหัวเรือ เยื้องไปทางขวามือ กัปตันไก่ ทำหน้าที่ถือท้ายเอง นำเรืออ้อมกระโจมไฟ เข้าร่องน้ำ ผ่าน เรือบรรทุกน้ำมัน เรือสินค้า ที่จอดทิ้งสมอ รอเทียบท่าอยู่หลายลำ และที่แล่นสวนออกมา ก็หลายลำ ขณะนั้นเป็นช่วงน้ำลง เรือแล่นทวนน้ำ ไปได้ช้ามาก และอันตรายมาก ผิดร่องน้ำนิดเดียว มีสิทธิ เป๋ไปฟาดกับเรือเหล็กลำโตๆ นั่น เรือยอช์ทลำหรูก็ได้กลายเป็นเศษไม้ไปในพริบตา&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycM90RJlBI/AAAAAAAAB30/gqWkPADLlEU/s1600-h/DSC00014.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" rs="true" src="http://2.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycM90RJlBI/AAAAAAAAB30/gqWkPADLlEU/s320/DSC00014.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;เรือสินค้า ทอดสมอ รอเทียบท่า ในร่องน้ำสงขลา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;---------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;เกือบ 6 โมงเย็น อากาศเริ่มปิด ฝนลงปรอยๆ กัปตันไก่ นำเรือมาถึง ท่าเทียบเรือสงขลา ที่ท่าฯ มีเรือ &lt;strong&gt;Tour Diving&lt;/strong&gt; สองชั้นจอดเทียบกันอยู่ก่อนแล้ว 2 ลำ กัปตันไก่ นำเรือเข้าไปเอากราบซ้าย จอดเทียบกับกราบขวาของเรือลำนอก คนบนเรือ Diving รับเชือกจาก บังใจ ที่โยนไปให้ (เป็นธรรมเนียมของคนเรือ ที่มีน้ำใจ ผูกเชือกและแก้เชือกให้แก่กัน) เขาผูกเชือกให้เสร็จ แล้วถามว่า พวกเราจะพาเรือไปไหน? เขาเคยเห็นเรือ "สุวรรณมัจฉา" ลำนี้ ทำทัวร์อยู่ที่ &lt;strong&gt;เกาะสมุย&lt;/strong&gt;, บังใจ เป็นคนตอบว่า จะไป &lt;strong&gt;ภูเก็ต&lt;/strong&gt; เขาบอกว่า เขาก็มาจาก &lt;strong&gt;เกาะสมุย&lt;/strong&gt; จะไป &lt;strong&gt;ภูเก็ต &lt;/strong&gt;เช่นกัน ปกติ เรือเขา ทำ &lt;strong&gt;Tour Diving&lt;/strong&gt; อยู่แถวๆ &lt;strong&gt;เกาะเต่า&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;หมู่เกาะอ่างทอง&lt;/strong&gt; แต่พอฝั่งนี้ เป็นหน้ามรสุม เขาก็จะนำเรือไป ภูเก็ต เพื่อทำ Tour Diving ที่หมู่ &lt;strong&gt;เกาะสิมิลัน&lt;/strong&gt; และ หมู่ &lt;strong&gt;เกาะสุรินทร์&lt;/strong&gt; ทางฝั่ง ทะเล&lt;strong&gt;อันดามัน&lt;/strong&gt; เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรือเทียบอยู่ประมาณ 10นาที ยังไม่ทัน ดับเครื่องยนต์ กัปตันไก่ บอกกับทุกคนว่า จอดเทียบตรงนี้เวลาจะขึ้นบก ลำบากมาก เพราะต้องปีน ขึ้นชั้นสอง ของเรือ Diving ลำที่ติดกัน และจะต้องข้ามไปอีกลำ แล้วลงไปที่กราบเรือ จึงจะขึ้นท่าได้ จะดีกว่าถ้าย้ายไปเทียบกับ ร้านอาหาร ลอยน้ำ ที่อยู่ถัดไปทางด้านท้ายเรือ Diving ซึ่งติดกับท่าเทียบเรือมากกว่า ระดับก็ ต่ำกว่า กราบ เรือยอช์ท จะสะดวก เวลาขึ้น-ลง และ ร้านอาหารก็ไม่ได้เปิดให้บริการในวันนี้ ทุกคน เห็นด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บังใจ จึงจัดการแก้เชือก ผลักหัวเรือออก ขณะนั้น น้ำกำลังลงและใหลเชี่ยวมาก กัปตันไก่ เร่งเครื่องเต็มที่ แล่นทวนน้ำ เบนหัวเรือ ออกขวา แล้ว ตีวง เลี้ยวขวา กลับลำ เอาหัวเรือทวนน้ำ เพื่อที่จะเอากราบซ้ายของเรือ เข้าเทียบ ร้านอาหาร แต่น้ำที่ใหลมาจาก ทะเลสาบสงขลา ออกสู่ทะเล กำลังเชี่ยวมาก ประกอบกับ กำลังเครื่องยนต์ เรือไม่พอ แทนที่เรือจะทวนน้ำ ไปข้างหน้า กลับถอยหลังตามน้ำ ไปทีล่ะนิด ทีล่ะนิด แล้วที่ท้ายเรือ ห่างออกไป ไม่เกิน 100 เมตร มีโป๊ะ ดักจับปลา ของชาวบ้าน ขวางอยู่ ในรัศมีพอดีเป๊ะ "บังใจ"กับ "ยุทธ" อยู่กราบซ้าย "คุณบันเทิง" อยู่กราบขวา ทุกคน เงียบ ผมยืนอยู่เยื้อง ด้านหลัง "กัปตันไก่" สังเกตุสถานการณ์ ตลอดเวลา ผมคิดว่า ถ้าปล่อยให้เรือถอยไปเรื่อยๆแบบนี้ อีกไม่กี่นาที ได้ชนโป๊ะ ชิบหายแน่ๆ คงต้องจบการเดินทาง กันแค่สงขลานี่แหละ &lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycOvylmYCI/AAAAAAAAB38/jl7hPmicdjY/s1600-h/DSC00016.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" rs="true" src="http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycOvylmYCI/AAAAAAAAB38/jl7hPmicdjY/s320/DSC00016.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;ในภาพ จะเห็นแนวโป๊ะทางขวามือ ที่เกือบจะพังของเขา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: blue;"&gt;ภาพนี้ ถ่ายตอนออกจากท่า วันที่ 20 ก.ย.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;---------------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;"กัปตันไก่" ก็ใจเย็นเป็นบ้า หันไปถาม "บังหมาน ช่างเครื่อง" ที่นั่งอมยิ้ม ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน อยู่บนโต๊ะ ด้านหลังนั่นแหละ ว่า “พอจะทำให้เครื่อง เพิ่มกำลังขึ้นได้อีกนิดมั๊ย” "&lt;strong&gt;บังหมา..น&lt;/strong&gt;." ไม่ตอบ แต่ลงจากโต๊ะ เดินมาเปิดฝาครอบ ล็อกคันเร่ง ที่อยู่ใกล้ๆ พังงาเรือ (ย้อนขึ้นไปดูภาพด้านบน จะเห็นตำแหน่งของคันเร่งเครื่อง) แล้วผลักคันเร่ง ไปข้างหน้าจนสุด เสียงเครื่องยนต์ ดังกระหึ่มขึ้น เรือสะท้านไปทั้งลำ และเริ่มขยับทวนน้ำขึ้นไปได้ ผมถอนหายใจโล่งอก หันไปดูทางท้ายเรือ ห่างจากโป๊ะ ไม่ถึง 50 เมตร เฮ้อ...ดูมันเล่นกัน.!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรือเทียบกับร้านอาหารเรียบร้อย บังหมาน ปิดฝาครอบ คันเร่งใว้เหมือนเดิม บอกกับ กัปตันไก่ ยิ้มๆ ว่า ล็อกนี้ใว้ใช้เมื่อจำเป็น ใช้วิ่งไม่ได้ เครื่องจะโอเวอร์โหลด และพังเอาง่ายๆ กัปตันไก่ พยักหน้าเข้าใจ ไม่มีอารมณ์ แล้วพูดว่า “กูนึกแล้ว เห็นมึงนั่งยิ้มเฉย” มันไม่ตื่นเต้นกันเลย หรือว่ะเนี้ย.!?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พักใหญ่ หลังจากที่รอให้เครื่องยนต์ ลดอุณหภูมิความร้อนลง กัปตันไก่ ก็ดับเครื่องยนต์ ทุกคนต่างแยกย้ายกัน ทำภาระกิจของตัวเอง ตามหน้าที่ ส่วนผมตั้งใจว่า จะอาบน้ำสักที และหลังจากนั้นไม่นาน ทุกคน พร้อมกันบนดาดฟ้า ตั้งวงเรียกน้ำย่อย ก่อนมื้อค่ำ ยกเว้น บังใจ กับ คุณ บันเทิง ไม่กินเหล้า สองคนนี้เป็น พุทธ แต่ได้เมีย อิสลาม ก็เลยเคร่ง กว่า บังหมาน ที่เป็น อิสลาม แท้ สุดยอดจริงๆ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอันว่า คืนที่ 2 ของการเดินทาง เรานอน สูดกลิ่นไอ ฝนพรำ ของ จังหวัดสงขลา รอดวงอาทิตย์ขึ้น อีกวัน เพื่อเดินทาง ต่อไป ตาม Trip freestyle Sailing ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะต้องพบกับความตื่นเต้น หวาดเสียว อะไรอีก ตามระยะทาง ที่ยังยาวไกล.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;***&lt;span style="color: #990000;"&gt;โปรดรอติดตามอ่าน &lt;em&gt;Trip Sailing Part4&lt;/em&gt; เร็วๆนี้&lt;/span&gt;***&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8796124373672057239-5994277462586223155?l=tripsailing3.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.google.com' title='Trip Freestyle sailing from Samui-Songkla'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.aol.com' length='0'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.ask.com' length='0'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.msn.com' length='0'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.sanook.com' length='0'/><link rel='enclosure' type='' href='http://www.yahoo.com' length='0'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tripsailing3.blogspot.com/feeds/5994277462586223155/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://tripsailing3.blogspot.com/2009/08/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8796124373672057239/posts/default/5994277462586223155'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8796124373672057239/posts/default/5994277462586223155'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tripsailing3.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='Trip Freestyle sailing from Samui-Songkla'/><author><name>ชำนาญ ณ.อันดามัน</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02473313480773279560</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='28' src='http://2.bp.blogspot.com/-lTmk6j7HkDQ/TgiqKGZ3uKI/AAAAAAAAMJM/IWwJRT2fjHs/s220/1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2x800.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_c0r6e7-GsAg/SycI5nJ7YUI/AAAAAAAAB3U/gwXKfj3Lr3A/s72-c/DSC00008.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
